ประเทศมาเลเซีย

ประเทศมาเลเซีย

มาเลเซีย

ประเทศมาเลเซีย 

เมืองหลวงชื่อ กัวลาลัมเปอร์ 
ลักษณะการปกครอง ประชาธิปไตย มีกษัตริย์เป็นประมุข 
จำนวนประชากร ประมาณ 22.6 ล้านคน 
เชื้อชาติ พลเมืองส่วนใหญ่มีเชื้อชาติมลายู นอกนั้นเป็นชาวจีน ชาวอินเดีย ชาวเขาเผ่าต่างๆ เลือดผสมมลายูกับโปรตุเกส มลายูกับฮอลันดา มลายูกับอังกฤษ 
ศาสนา ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม 
ภาษาที่ใช้ ภาษาอังกฤษ 

ภูมิประเทศ 
มาเลเซียตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย ประกอบด้วยดินแดน 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ มาเลเซียตะวันตก และมาเลเซียตะวันออก อยู่ห่างกันประมาณ 400 ไมล์ โดยมีทะเลจีนใต้ขวางกั้น เดิมเป็นดินแดนที่มีการปกครองต่างหากจากกัน ได้มารวมเป็นประเทศเดียวกันเมื่อ พ.ศ. 2506 มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 130,000 ตารางไมล์ 
มาเลเซียตะวันตก ได้แก่ ดินแดนที่อยู่ในคาบสมุทรมลายูหรือมลายา ติดชายแดนทางใต้ของประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 50,800 ตารางไมล์ประกอบด้วยรัฐต่างๆ 11 รัฐ ตอนกลางเป็นที่ราบสูง มีภูเขาใหญ่หลายเทือก ปกคลุมด้วยป่าทึบบริเวณกว้างขวาง แถบริมฝั่งทะเลทั้ง 2 ข้างเป็นที่ราบ ดินอุดมสมบูรณ์ ชายฝั่งทะเลตะวันตกเป็นหาดเลนยาวพื้นที่มีหล่มบึงมาก 
ส่วนด้านตะวันออกเป็นหาดทรายยาวเหยียด ไม่เหมาะแก่การเป็นท่าเรือ มาเลเซียตะวันออกได้แก่ ดินแดนทางภาคเหนือของเกาะบอร์เนียว มีเนื้อที่ประมาณ 70,200 ตารางไมล์ ประกอบด้วยรัฐ 2 รัฐคือ ซาราวัก และซาบาห์ (บอร์เนียวเหนือ) พื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่สูง ประกอบด้วยป่าทึบและภูเขาสูงใหญ่ บางยอดเขาสูงเกินกว่าหมื่นฟุตมีที่ราบขนาดย่อมอยู่ตามริมฝั่งทะเล แม่น้ำมักเป็นสายสั้นๆ และไหลเชี่ยว ผ่านหุบเขาที่แคบและลาดชันไปออกทะเลทางทิศตะวันตก 
ประวัติด้านกีฬา 
มาเลเซียเป็นประเทศที่เข้าร่วมทำการแข่งขันนับตั้งแต่การแข่งขันซีเกมส์ถือกำเนิดในปี ค.ศ. 1959 ที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพ และส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันทุกครั้งเรื่อยมา เคยได้รับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน 4 ครั้ง ได้แก่ ซีเกมส์ครั้งที่ 3 ช่วงระหว่างวันที่ 14-21 ธันวาคม ค.ศ. 1965, ซีเกมส์ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 11-16 ธันวาคม ค.ศ. 1971, ซีเกมส์ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 9-16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1977 และซีเกมส์ครั้งที่ 15 ระหว่างวันที่ 20-31 สิงหาคม ค.ศ. 1989 โดยจัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ 
สรุปเหรียญรางวัลที่เคยได้รับจากการแข่งขัน 
เหรียญทอง 605 เหรียญ 
เหรียญเงิน 749 เหรียญ 
เหรียญทองแดง 1002 เหรียญ 

ประเทศมาเลเซีย 
(MALAYSIA) 
1. ข้อมูลพื้นฐาน 
ประชากร 23.8 ล้านคน 
พื้นที่ 330,433 ตารางกิโลเมตร 
เชื้อชาติ มาเลย์ (58%), จีน (26 %), อินเดียน (7%) 
อื่นๆ (9 %) 
ศาสนา มุสลิม (58 %) พุทธ (30 %) ฮินดู (8 %) คริสต์เตียน เต๋า และศาสนาประจำเผ่าของชนชาวเผ่าส่วนน้อยในประเทศ เช่น ศาสนาของกลุ่มชาวเงาะป่าซาไก เป็นต้น 
ภาษา มาเลย์ (ภาษาราชการ) อังกฤษ จีนต่างๆ ภาษาทมิฬ และภาษาประจำเผ่าของชนชาวเผ่าส่วนน้อยในประเทศ 
เมืองหลวง กรุงกัวลาลัมเปอร์ 
เมืองศูนย์กลางธุรกิจ อิโปห์ มะลักกา บูหารู คลาง ปีนัง กัวลาลัมเปอร์ 
เมืองท่า Port Klang และปีนัง 
ระบอบการปกครอง ประชาธิปไตย แบบรัฐสภาโดยมีพระมหากษัตริยเป็นองค์พระประมุขของประเทศภายใต้รัฐธรรมนูญการปกครองประเทศแบบสหพันธ์รัฐ(Federation) แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 รัฐ คือ เปรัค ปาหัง สลังงอร์ ไทรบุรี เคดาห์ เนกรีเซมบิลัน ยะโฮร์ กลันตัน ตรังกานู ปีนัง มะละกา ซาบาห์ และซาราวัค รัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรซึ่งสมาชิกมาจากการเลือกตั้ง และวุฒิสภาซึ่งสมาชิกได้รับการแต่งตั้งโดยสมเด็จพระราชาธิบดีอีกส่วนหนึ่งมาจากการแต่งตั้งโดยนิติบัญญัติในแต่ละรัฐ รัฐบาลปัจจุบันเป็นรัฐบาลผสม มีพรรคร่วมรัฐบาลที่เรียกว่า พรรคแนวร่วมแห่งชาติ (Barisan Nasional-BN) ซึ่งมีพรรค UMNO (United Malays National Organisation) เป็นแกนนำ 
ประมุขของประเทศ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซีย ตวนกู จาฟา อัลมารุม ตวนกู อับดุล ราห์มาน (Tuanku Ja’afar Almarhum Tuanku Abdul Rahman, Yang Di Pertuan Agong ) เป็นองค์พระประมุขของประเทศภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยเลือกตั้งจากสุลต่านผู้ปกครองรัฐ ซึ่งมีใน 9 รัฐ (ยกเว้นปีนัง มะละกา ซาบาห์ และซาราวัก) ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นดำรงตำแหน่งวาระละ 5 ปี 
นายกรัฐมนตรี Y.A.B. Dato’ Seri Dr. Mahathir bin Mohammad ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2524 

2. เศรษฐกิจ 
ภายหลังจากที่เศรษฐกิจของมาเลเซียมีความเจริญเติบโตอยู่เป็นเวลาหลายทศวรรษก็ได้เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินขึ้นในภูมิภาคในปี 2540-41 อันเป็นผลให้ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของมาเลเซียต้องชะลอตัวลง ในปี 2541 รัฐบาลมาเลเซียคาดการณ์อัตราการขยายตัวของ GDP ไว้เพียงร้อยละ 4-5 ในขณะที่ภาคเอกชนคาดหมายอัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไว้เพียงร้อยละ 2 และการที่ค่าของเงินตราสกุลท้องถิ่นรวมทั้งราคาหุ้นในตลาดหุ้นตกลงเป็นอย่างมากก็ยังผลให้ทางรัฐบาลต้องออกมาตรการตัดทอนงบประมาณลงร้อยละ 20 เพื่อลดการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดลงให้เหลือเพียงร้อยละ 3 ของ GDP ในปี 2541 
การตัดทอนงบประมาณดังกล่าว จำเป็นจะต้องลดรายการนำเข้าและชะลอโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ต่างๆลง อันยังผลให้การจ้างงานลดลงไปอีก ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้รายได้ของกิจการต่างๆของภาคเอกชนลดลงไปอีก 
2.1 นโยบายทั่วไป 
เนื่องจากมาเลเซียมีรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นโดยพรรคแนวร่วมแห่งชาติ ที่มีเสถียรภาพและบริหารประเทศติดต่อกันมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งนำโดย Dr. Mahathir bin Mohamad นโยบายทั่วไปของมาเลเซียจึงค่อนข้างจะคงที่สอดคล้องกันมาโดยตลอด นับจากแผนโครงร่างที่รวมถึงแผนพัฒนาของมาเลเซียฉบับที่ 2 จนถึงแผนพัฒนาของมาเลเซียฉบับที่ 5 ซึ่งดำเนินการภายใต้กรอบนโยบายเศรษฐกิจใหม่ (New Economic Policy) และต่อเนื่องมาจนกระทั่งถึงแผนพัฒนาของมาเลเซียฉบับที่ 6 (The Sixth Malaysian Plan) ระหว่างปี 2534-2538 และแผนภาพโครงร่างฉบับที่ 2 (The Second Outline Perspective Plan ) ระหว่างปี 2534-2543 โดยมีนโยบายเศรษฐกิจโดยทั่วไปคือ พยายามใช้ระบบงบประมาณสมดุลย์ เพื่อให้งบประมาณรายรับอันประกอบด้วยรายได้จากเงินภาษีอากรและการกู้ยืม เท่ากันกับงบประมาณรายจ่ายอันประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยให้การผลิตในประเทศและการนำเข้าตอบสนองความต้องการอันประกอบด้วยความต้องการในประเทศและการส่งออก เพื่อมุ่งในด้านการประหยัดและออมทรัพย์ การส่งเสริมการผลิตในประเทศเพื่อทดแทนการนำเข้า การส่งเสริมการส่งออก การควบคุมภาวะเงินเฟ้อ โดยในด้านการลงทุนก็พยายามให้ผู้ผลิตใช้วัตถุดิบในประเทศให้มากขึ้นและพึ่งพาเงินลงทุนจากต่างประเทศให้น้อยลงตามนโยบายการริเริ่มลงทุนภายในประเทศ(The Domestic Investment Initiative) ส่วนในด้านการค้าก็มีนโยบายให้ความช่วยเหลือธุรกิจขนาดย่อมและขนาดกลางโดยการให้เครดิตเงินกู้และการจัดการให้มีตลาดรองรับเพิ่มขึ้น รวมถึงการให้ความรู้ด้านการค้า การจัดระบบการขายส่งและขายปลีกให้ทันสมัยและขยายตัว การปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคและระบบการพลังงาน โดยในส่วนของการค้าระหว่างประเทศก็มีนโยบายเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกันกับต่างประเทศเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ต่อมาเลเซีย โดยให้ความสำคัญกลุ่มประเทศต่างๆ คือ ประเทศต่างๆในกลุ่มอาเซียน กลุ่มประเทศอิสลาม (Islamic Countries) ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ กลุ่มประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และกลุ่มประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ 
เครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจ (2544) 

พุทธศาสนาในประเทศมาเลเซีย 
มาเลเซียเคยได้รับอิทธิพลของพระพุทธศาสนามาในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย แต่ต่อมาศาสนาอิสลามได้เข้ามาแพร่หลายอย่างกว้างขวางนับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๒๐ เป็นต้นมาทำให้พุทธศาสนาหมดความสำคัญไป 
ในปัจจุบัน การนับถือพระพุทธศาสนาในมาเลเซียมีอยู่เฉพาะในบรรดาผู้ที่รับเชื้อสายมาจาก ชาวจีน ลังกา พม่า และไทย และมีวัดและสำนักสงฆ์ตั้งอยู่ในบางแห่ง เช่น ที่เมืองกัวลาลัมเปอร์และเมืองปีนัง มีวัดไทยตั้งอยู่และมีพระสงฆ์ไทยไปจำพรรษาอยู่ที่นั่น วัดไทยที่กัวลาลัมเปอร์สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ ด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลมาเลเซีย เรียกชื่อว่า วัดเชตวัน สร้างเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยสวยงามมาก วัดไทยที่ปีนัง ชื่อ วัดไชยมังคลาราม เป็นวัดไทยที่เก่าแก่ ยังไม่ทราบปีที่สร้างแน่นอน วัดนนี้มีปูชนียสถานสำคัญ เช่น พระพุทธไสยาสน์ และวิหารพระพุทธเจดีย์ 
ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในเกาะปีนัง. 

พระพุทธศาสนาในประเทศมาเลเซีย 

มาเลเซียเคยได้รับอิทธิพลของพระพุทธศาสนามาในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย แต่ต่อมาศาสนาอิสลามได้เข้ามาแพร่หลายอย่างกว้างขวางนับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๒๐ เป็นต้นมาทำให้พุทธศาสนาหมดความสำคัญไป 
ในปัจจุบัน การนับถือพระพุทธศาสนาในมาเลเซียมีอยู่เฉพาะในบรรดาผู้ที่รับเชื้อสายมาจาก ชาวจีน ลังกา พม่า และไทย และมีวัดและสำนักสงฆ์ตั้งอยู่ในบางแห่ง เช่น ที่เมืองกัวลาลัมเปอร์และเมืองปีนัง มีวัดไทยตั้งอยู่และมีพระสงฆ์ไทยไปจำพรรษาอยู่ที่นั่น วัดไทยที่กัวลาลัมเปอร์สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ ด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลมาเลเซีย เรียกชื่อว่า วัดเชตวัน สร้างเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยสวยงามมาก วัดไทยที่ปีนัง ชื่อ วัดไชยมังคลาราม เป็นวัดไทยที่เก่าแก่ ยังไม่ทราบปีที่สร้างแน่นอน วัดนนี้มีปูชนียสถานสำคัญ เช่น พระพุทธไสยาสน์ และวิหารพระพุทธเจดีย์ ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในเกาะปีนัง. 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s